คำถามที่พบบ่อย

Q.1 พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) คืออะไร

พลังงานหมุนเวียนคือ พลังงานที่ได้จากธรรมชาติรอบตัวเรา หามาใช้ได้ไม่มีวันหมด ซึ่งสามารถสร้างทดแทนได้ในช่วงเวลาสั้นๆ โดยธรรมชาติหลังจากมีการใช้ไป จึงมีหลายชื่อที่ใช้เรียก - พลังงานทดแทนและพลังงานใช้ไม่หมด รวมถึงพลังงานสะอาดและพลังงานสีเขียว เนื่องจากไม่ทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมนั่นเอง ยกตัวอย่างของพลังงาน ได้แก่ พลังงานชีวมวล, พลังงานแสงอาทิตย์, พลังงานลม, พลังน้ำ, พลังงานคลื่นในทะเล, พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง, พลังงานความร้อนใต้พิภพและพลังงานไฮโดรเจน ฯลฯ

พลังงานชีวมวล คือ พลังงานที่สะสมอยู่ในสิ่งมีชีวิตที่เราสามารถนำมาใช้ทำงานได้ เช่น ต้นไม้ กิ่งไม้ หรือเศษวัสดุจากการเกษตรหรืออุตสาหกรรม เช่น แกลบ ฟาง ชานอ้อย ขี้เลื่อย เศษไม้ เปลือกไม้ มูลสัตว์ รวมทั้งของเหลือหรือขยะจากครัวเรือนมนุษย์

ชีวมวล คือ สารอินทรีย์ที่เป็นแหล่งกักเก็บพลังงานจากธรรมชาติและสามารถนำมาใช้ผลิตพลังงานเชื้อเพลิงได้ ได้แก่ เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หรือกากจากกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น แกลบ ชานอ้อย เศษไม้ยางพารา หรือไม้ยูคาลิปตัส กากปาล์ม ต้นปาล์ม ทะลายปาล์ม เหง้ามันสำปะหลัง ซังข้าวโพด กำลามะพร้าว กาบมะพร้าว เป็นต้น ซึ่งทางบริษัทใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงหลักแต่สามารถรองรับวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ เป็นเชื้อเพลิงเสริมได้อีกด้วย

เริ่มจากการนำเอาเชื้อเพลิงชีวมวลไปยังโรงไฟฟ้าชีวมวล ในโรงผลิตไฟฟ้าจะมีเตาเผาขนาดใหญ่ซึ่งจะมีการเผาไหม้ชีวมวล ปลดปล่อยพลังงานที่สะสมอยู่ พลังงานที่สะสมอยู่ในชีวมวลจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นพลังงานความร้อน เเล้วจึงนำความร้อนนั้นมาต้มน้ำในหม้อน้ำขนาดใหญ่จนเกิดเป็นไอน้ำ และไอน้ำนั้นมาใช้ในการหมุน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า พลังงานจากเชื้อเพลิงชีวมวล จะไม่ก่อให้เกิดมลภาวะและไม่สร้างสภาวะเรือนกระจก

ปัจจุบันสถานการณ์และความต้องการใช้แกลบในกิจการต่างๆ เพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม รวมถึงการใช้แกลบเป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าชีวมวลที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเพื่อให้เกิดความมั่นคงทางด้านเชื้อเพลิงจึงมีการสำรองแกลบ และยังมีแผนที่จะนำเอาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรอื่นๆ มาเสริมอีกด้วย นอกจากนี้บริษัทจึงมีนโยบายในการเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตเชื้อเพลิงชีวมวล โดยการนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในท้องถิ่นมาสร้างมูลค่าเพิ่มโดยนำวัตถุดิบเหล่านั้นมาทำการ สับ ย่อย บดและอัดแท่ง (Pellet) หรืออัดม้วน (Bale) เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าบีเอ็มพี เอ็นเนอร์ยี่เอง และจำหน่ายให้กับภาคครัวเรือนและภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ ด้วย นอกจากนี้บริษัทยังปลูกพืชทดแทนเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงเสริมเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะมีเชื้อเพลิงเพียงพอแม้ในยามที่มีการแข่งขันทางด้านเชื้อเพลิงสูง

จากการที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าปริมาณมากและมีอัตราเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยพลังงานเชื้อเพลิงส่วนใหญ่ที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงประเภทฟอสซิลเป็นหลัก เช่น ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน น้ำมันดีเซล น้ำมันเตา เป็นต้น เชื้อเพลิงเหล่านี้มีการนำเข้ามาจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ ภาครัฐได้ตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้จึงได้มีมาตรการส่งเสริมให้มีการใช้ทรัพยากรในประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานเชิงพาณิชย์ประเภทเชื้อเพลิงฟอสซิลต่าง ๆ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดภาวะโลกร้อนโดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศโดยมีมาตรการการสนับสนุนการรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) และผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนขนาดเล็กมาก (VSPP) ประเภทพลังงานหมุนเวียนอันได้แก่ พลังงานชีวมวล พลังงานก๊าซชีวภาพ พลังงานขยะ พลังงานลม พลังน้ำขนาดเล็กและพลังงานแสงอาทิตย์ ออกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2535 และต่อเนื่องมาในปี 2550 ซึ่งได้มีมาตรการจูงใจให้อัตราส่วนเพิ่มราคาในการรับซื้อไฟฟ้า (Adder) แก่ผู้ผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตามประเภทเทคโนโลยีและประเภทเชื้อเพลิง ทำให้มีการกระจายโอกาสการลงทุนไปยังพื้นที่ห่างไกลใด้มีส่วนร่วมในการผลิตไฟฟ้าซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มความมั่นคงในระบบส่งและระบบจำหน่ายของการไฟฟ้า รวมถึงช่วยลดความสูญเสียในระบบไฟฟ้า(Loss) และลดการลงทุนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ของภาครัฐได้

เนื่องด้วยโรงไฟฟ้าบีเอ็มพี 1 ชัยนาทและโรงไฟฟ้าบีเอ็มพี 2 ชัยนาท ตั้งอยู่ที่ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมชาวบ้านในชุมชนประกอบอาชีพทำนา เมื่อขายข้าวให้แก่โรงสีแล้ว แกลบที่เป็นวัสดุเหลือทิ้งยังสามารถขายให้กับโรงไฟฟ้าได้ จึงทำให้ช่วยลดปัญหาวัสดุเหลืองทิ้งทางการเกษตร และเป็นช่องทางเพิ่มงรายได้ให้แก่เกษตรกรอีกด้วย

บริษัทตระหนักถึงการมีอยู่ร่วมกับคนในชุมชนโดยรอบโรงไฟฟ้าบีเอ็มพี 1 ชัยนาทและโรงไฟฟ้าบีเอ็มพี 2 ชัยนาทแบบพึ่งพาอาศัยเกื้อกูล จึงจัดตั้งหน่วยงานสำหรับช่วยเหลือชุมชน ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรงเพื่อช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที นอกจากนี้บริษัทก็รับบุตรหลานของชาวบ้านในชุมชนเข้าทำงาน ช่วยลดปัญหาการเคลื่อนย้ายแรงงานออกนอกชุมชน และบริษัทยังเข้าไปมีส่วนร่วมในการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ ของชุมชนด้วย

บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญของการป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อมในทุกด้าน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนบริเวณใกล้เคียง จึงได้ปลูกต้นไม้เป็นแนวป้องกันการฟุ้งกระจายของฝุ่นละออง การจัดการเกี่ยวกับพื้นที่การกองเก็บเชื้อเพลิงและขี้เถ้า และทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำทิ้ง รวมทั้งมีการตรวจคุณภาพอากาศก่อนทำการปลดปล่อยสู่ภายนอกให้เป็นไปตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ

ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานชีวมวล จะเกิดวัสดุเหลือทิ้งคือขี้เถ้าแกลบ ซึ่งบริษัทได้มีนโยบายในการจัดการกับวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตให้ได้ประโยชน์สูงที่สุด โดยการนำขี้เถ้าแกลบไปเป็นส่วนผสมในการผลิตคอนกรีตบ็อกมวลเบาแบบเติมฟงอากาศ หรือที่เรียกว่า "อิฐมวลเบา BMP Block" และผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการผลิตส่วนหนึ่งจะนำไปจำหน่ายเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ให้กับบริษัทและนอกจากนี้ยังเข้าสู่โครงการเพื่อนำไปใช้เป็นสาธารณประโยชน์แก่ชุมชนรอบโรงไฟฟ้า