ข่าวสารอุตสาหกรรม

08 ตุลาคม 2558

สภาอุตฯ ดัน “อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน” ให้ได้รับสิทธิประโยชน์การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีกกิจการ ชี้มีศักยภาพพร้อมลงทุน 40,000 ล้านบาท ขึ้น 10 โรงไฟฟ้าชีวมวล ผลิตไฟฟ้าป้อนได้ 500 เมกะวัตต์ทันที ในพื้นที่ 10 จังหวัดชายแดน

นาย วัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กำลังเตรียมเสนอคณะอนุกรรมการกิจการเป้าหมายภายใต้คณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ภายในเดือนนี้ ให้พิจารณาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เป็นกิจการเป้าหมายที่จะส่งเสริมในเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนทั้ง 10 จังหวัด ซึ่งผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมนี้พร้อมเข้าไปลงทุนได้ทันที เนื่องจากในพื้นที่เหล่านี้มีวัตถุดิบในการผลิตไฟฟ้าชีวมวลสูงมาก และเป็นเขตที่ต้องสร้างสายส่งไฟฟ้าเข้าไปยังพื้นที่อยู่แล้ว ดังนั้นจึงไม่ต้องลงทุนสร้างสายส่งไฟฟ้าเพิ่ม รวมทั้งยังเป็นการนำร่องเพื่อดึงดูดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษเหล่านี้

โดยกิจการที่เข้าไปตั้งใน พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จะได้รับสิทธิประโยชน์หลักๆ คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมเป็นเวลา 3 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี อยู่แล้ว จะได้รับลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 5 ปี

นาย พิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน ส.อ.ท. กล่าวว่า อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนถือเป็นอุตสาหกรรมที่มีความพร้อมเข้าไปลงทุนในเขต เศรษฐกิจพิเศษได้ทันที โดยไม่ต้องรอระบบสาธารณูปโภค เช่น น้ำและไฟฟ้า โดยจากการประเมินศักยภาพของชีวมวลในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 แห่ง จะมีศักยภาพการผลิตไฟฟ้าได้ถึง 1,080 เมกะวัตต์ แต่ในเบื้องต้นภาคเอกชนมีความพร้อมที่จะเข้าไปลงทุนตั้งโรงไฟฟ้าชีวมวลได้ ทันที 500 เมกะวัตต์ สามารถสร้างเม็ดเงินจากการลงทุนได้ไม่ต่ำกว่า 40,000 ล้านบาท

โดยเขตเศรษฐกิจพิเศษทั้ง 10 จังหวัดนี้ พื้นที่ชายแดน จ.กาญจนบุรี มีชีวมวลมากที่สุด สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 251 เมกะวัตต์ รองลงมาเป็นชายแดน จ.เชียงราย 169 เมกะวัตต์ ชายแดน จ.สงชลา 133 เมกะวัตต์ ชายแดน จ. สระแก้ว 122 เมกะวัตต์ ชายแดน จ. นราธิวาส 88 เมกะวัตต์ ชายแดน จ. นครพนม 87 เมกะวัตต์ ชายแดน อ. แม่สอด จ.ตาก 87 เมกะวัตต์ ชายแดน จ.หนองคาย 66 เมกะวัตต์ ชายแดนมุกดาหาร 46 เมกะวัตต์ และชายแดนจ.ตราด 31 เมกะวัตต์

“พื้นที่ภาคอีสานมีความพร้อมที่สุดในการทำพลังงานทดแทน เพราะมีชีวมวลจำนวนมาก แต่ติดปัญหาไม่มีสายส่งนอกจากนี้เชียงรายเป็นอีกจังหวัดที่ยังไม่มีโรงไฟฟ้า แม้จะมีการต่อต้านจากชาวบ้าน แต่ชาวบ้านเปิดรับการลงทุนโรงไฟฟ้าจากขยะ ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมเดียวที่ชุมชนยอมให้ลงทุนได้”

นอกจากนี้ กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนได้ขยายการลงทุนไปยังประเทศเกาหลีใต้ โดยใช้เศษไม้อัดแท่งที่นำเข้าจากไทยผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีสมาชิกในกลุ่มได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลครั้งนี้แล้ว กลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนยังมีแผนไปลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศ เพื่อนบ้านด้วย โดยประเทศที่มีศักยภาพสูงสุด คือ กัมพูชา เนื่องจากมีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มมาก และราคาค่าไฟฟ้าปัจจุบันอยู่ที่ 8-10 บาท/หน่วย อยู่ในระดับที่ไฟฟ้าจากชีวมวลแข่งขันได้ ส่วนประเทศเมียนมา และเวียดนาม มีค่าไฟฟ้าที่ใกล้เคียงกับไทย และ สปป.ลาว มีค่าไฟฟ้าที่ต่ำกว่า ทำให้ทั้ง 3 ประเทศนี้ยังเข้าไปลงทุนได้ยาก

หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 8-11 ตุลาคม 2558 หน้า 5 เรื่อง พลังงานทดแทน http://www2.dede.go.th/news_energy/pdf58/071058-01.pdf