ข่าวสารอุตสาหกรรม

06 ตุลาคม 2558

นายพิชัย ถิ่นสันติสุข ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมพลังงานทดแทน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท. ต้องการให้รัฐบาลกำหนดให้อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายใน เขตเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม จากปัจจุบันกำหนดเอาไว้ 13 กลุ่ม อุตสาหกรรม คิดเป็น 62 ประเภทอุตสาหกรรมย่อย เพราะนักลงทุนมีความพร้อมเข้าลงทุนทันทีที่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐ (พีพีเอ) ไม่ต่ำกว่า 500 เมกะวัตต์ มูลค่า 40,000 ล้านบาท ในเขตเศรษฐกิจทั้งระยะหนึ่งและระยะสอง รวม 10 จังหวัด และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาทิ จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส จังหวัดสงขลา โดยไม่ต้องรอระบบสาธารณูปโภค อาทิ น้ำ ไฟฟ้า

ทั้งนี้ ตามความพร้อมของเอกชน สามารถลงทุนได้ทันที 500 เมกะวัตต์ ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกของ ส.อ.ท. 10 รายการ คิดเป็น 150 เมกะวัตต์ มูลค่า 1,200 ล้านบาท แต่หากดูจากศักยภาพรวมของนักลงทุนพบว่ามีความต้องการลงทุนมากถึง 1,380 เมกะวัตต์ วงเงิน 110,400 ล้านบาท อาทิ 1. ชายแดนจังหวัดเชียงราย 169 เมกะวัตต์ 2. อ.แม่สอด จังหวัดตาก 87 เมกะวัตต์ 3.ชายแดนจังหวัดกาญจนบุรี 251 เมกะวัตต์ 4.ชายแดนจังหวัดหนองคาย 66 เมกะวัตต์ 5. ชายแดนจังหวัดมุกดาหาร 46 เมกะวัตต์ 6.ชายแดนจังหวัดสระแก้ว 122 เมกะวัตต์ 7.ชายแดนจังหวัดตราด 31 เมกะวัตต์

นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ได้หารือร่วมกับนางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อเสนอให้บรรจุอุตสาหกรรมพลังงานอยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมายเขตเศรษฐกิจ พิเศษ โดยสิทธิประโยชน์ที่ได้รับหลักๆ คือ ยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลเพิ่มเติมเป็นเวลา 3 ปี แต่รวมแล้วไม่เกิน 8 ปี ซึ่งนางหิรัญญาชี้แจงว่าบีโอไอกำลังพิจารณาเรื่องนี้

หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันที่ 6 ตุลาคม 2558 หน้า 9 เรื่อง พลังงานทดแทน http://www2.dede.go.th/news_energy/pdf58/061058-02.pdf