ข่าวสารอุตสาหกรรม

03 ตุลาคม 2558

กระทรวงพลังงานเตรียมลงทุน 4 โครงการ ปีงบประมาณ 2559 วงเงิน 6.9 แสนล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนพลังงานประเทศขณะเตรียมเสนอแก้ไข พ.ร.บ. ปิโตรเลียมในเดือน ต.ค.นี้ ด้านสนพ. คาดแก้ปัญหาประสานระหว่างหน่วยงาน แผนพลังงานเห็นผลใน 2 ปี

พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่าในปีงบประมาณ 2559 กระทรวงพลังงานวางแผนลงทุนโครงการรวม 6.9 แสนล้านบาท ได้แก่ การก่อสร้างระบบสายส่งไฟฟ้าขนาด 500 กิโลวัตต์ ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ มูลคค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท การวางระบบท่อก๊าซธรรมชาติ รวมถึงการก่อสร้างคลังเก็บก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลพีจี) และ ก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางด้านพลังงานของประเทศ

นอกจากนี้ ยังเตรียมเดิมหน้าแผนพลังงานประเทศหรือ (TIEB) 5 ยุทธศาสตร์แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าปีพ.ศ.2558-2579 หรือแผน PDP 2015 แผนอนุรักษ์พลังงาน แผนพัฒนาพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก แผนก๊าซธรรมชาติและแผนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เกิดการบูรณาการสอดคล้องเชื่อมโยง กัน

ในเบื้องต้นแผนอนุรักษ์พลังงานนั้นได้สนับสนุนให้หน่วยงานราชการ เปลี่ยนไปใช้หลอดไฟชนิดแอลอีดี เพื่อการลดใช้พลังงานแล้ว อีกทั้งยังเตรียมสนับสนุนเงินกู้ให้ภาคเอกชน นำไปดำเนินการเปลี่ยนเป็นหลอดไฟแอลอีดีด้วยเช่นกัน

ขณะที่แผนพัฒนา พลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (AEDP) นั้นมีเป้าหมายปรับเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนรวมทั้งสิ้น ประมาณ 19,635 เมกะวัตต์ จากเดิม 4,808 เมกะวัตต์ ส่งเสริมการผลิตและการใช้ไบโอดีเซลเป็น 14 ล้านลิตร ต่อวันจากเดิม 7.2 ล้านลิตรต่อวัน และเอทานอล 11.3 ล้านลิตรต่อวันจากเดิม 9 ล้านลิตรต่อวัน

ส่วน แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าก็อยู่ระหว่างดำเนินการตามแผนเช่นกัน โดยในปีหน้าจะเริ่มเห็นภาพการลงทุนพัฒนา ส่วนอีก 2 แผนล่าสุดไดรับการเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เมื่อ 17 ก.ย. 2558 คือ แผนก๊าซธรรมชาติและแผนน้ำมันเชื้อเพลิง ในปีหน้า 2559 ก็จะเริ่มเดินหน้าตามแผนงาน

สำหรับการแบ่งสัดส่วนเชื้อเพลิงเพื่อ ผลิตกระแสไฟฟ้า ในแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าระยะยาว หรือ พีดีพี 2015 ซึ่งกำหนดให้ถ่านหินอยู่ที่ 25% พลังงานทดแทน 30% และก๊าซธรรมชาติ 40% มองว่าเป็นระดับที่เหมาะสมแล้ว ต่ออัตราค่าไฟฟ้าในอนาคต และการกระจายความเสี่ยงจากการใช้เชื้อเพลิงแต่ละประเภท

ส่วนการแก้ไข พ.ร.บ. ปิโตรเลียม พ.ศ.2514 ตามข้อเรียกร้องของภาคประชาชน จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบภายในเดือน ต.ค. 2558

ตรึงราคาแอลพีจี

พล.อ.อนันต พร ยังกล่าวในฐานะประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ว่า ที่ประชุม กบง. มีมติปรับลดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนสำหรับก๊าซแอลพีจี ประจำเดือน ต.ค.2558 จาก 92 สตางค์ต่อกิโลกรัม เหลือ 8.27 สตางค์ต่อกิโลกรัม เนื่องจากขณะนี้กองทุนแอลพีจีมีสถานะเป็นยวกกว่า 8,200 ล้านบาท

แต่เมื่อประกอบกับต้นทุนจัดหาที่เพิ่มขึ้นถึง 35 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นผลตากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ทำให้ราคาปลีกแอลพีจีภายในประเทศจะยังคงเดิมที่ 22.29 บาทต่อกิโลกรัม

ทั้งนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 ต.ค.2558 เป็นต้นไป โดยจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ ในส่วนของก๊าซแอลพีจีมีรายจ่าย 54 ล้านบาทต่อเดือน

สนพ.ชี้5แผนพลังงานต้องบูรณาการ

นาย ทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวถึงแผนพลังงานประเทศหรือ Thailand Integrated Energy Blueprint (TIEB) ภายใต้ 5 ยุทธศาสตร์ ว่า การดำเนินตามแผนทั้ง 5 ด้านนั้น จะต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกันโดยกระทรวงพลังานได้มอบหมายให้ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เป็นคณะกรรมการขับเคลื่อนทั้ง 5 แผนพร้อมกับให้แต่ละหน่วยงานของกระทรวงพลังงานรับผิดชอบดำเนินงานขับเคลื่อน

สน พ. รับผิดชอบ 2 เรื่อง แผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (PDP) กับเรื่องอนุรักษ์พลังงาน (EEDP) ซึ่งการดำเนินการแต่ละแผนแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบจะต้องบูรณาการแผนให้ เชื่อมโยงสอดคล้องกัน โดยการดำเนินการตามแผนนั้นตนคาดหวังอยากให้หน่วยงานภาครัญที่รับผิดชอบ หน้าที่ในแผนพลังงานประเทศรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน มีการบูรณาการแผนที่สอดคล้องเชื่อมโยงกัน ลดความขัดแย้งให้น้อยลงเพื่อให้แผนเป็นไปตามนโยบาย ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้และให้เกิดเป็นรูปธรรมได้อย่างชัดเจน

การ บูรณาการเรื่องพลังงานนั้นจะคาบเกี่ยวกับกระทรวงอื่นด้วยไม่ว่าจะเป็น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งปัจจุบันและในอดีตการบูรณาการตามนโยบายและแผนงานก็มักจะเกิดการกีดขวาง ไม่มองประโยชน์ของประเทศ การทำงานให้แผนสะดุดหรือล่าช้าไม่เป็นไปตามเป้าหมายซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ สำคัญในการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐบาลเพราะฉะนั้น 5 แผนฉบับนี้ทำให้เกิดสิ่งที่สอดคล้องเชื่อมโยงกันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

คาด 2 ปี เห็นผลรูปธรรม

นาย ทวารัฐ กล่าวว่า การดำเนินการตามแผนพลังงานประเทศนั้นหากการดำเนินงานไม่เป็นไปตามแผนหรือ สะดุดก็ไม่มีการปรับแผนใหม่ แต่จะปรับวิธีปฏิบัติของหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละแผนก็ต้องหาวิธีแก้ไข สิ่งที่ผ่านมาแผนงานด้านพลังงานในหลายเรื่องไม่เป็นไปตามแผนเพราะดำเนินการ ไม่ได้ หรือ หลายเรื่องที่ไม่ดำเนินการเพราะไม่ได้ดำเนินการตามแผนในแต่ละช่วงเวลาที่ กำหนดไว้ก็ต้องปรับแผนใหม่ แต่หลายเรื่องที่ดำเนินการเร็วก็ทำให้เกิดปัญหาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การดำเนินตามแผนพลังงานประเทศทั้ง 5 แผนนั้นในปี 2558 เป็นแห่งการบูรณาการแล้วในปี 2559 ก็จะเป็นปีที่เริ่มขับเคลื่อนแผนอย่างจริงจัง และรอบคอบ ซึ่งคาดว่าภายในระยะเวลา 2 ปี จะเริ่มเห็นผลที่เป็นรูปธรรมในบางเรื่องเช่น การปรับโครงสร้างพลังงาน การปล่อยลอยตัวราคาเอ็นจีวี ทุกภาคส่วนให้เป็นไปตามกลไกตลาดไม่มีการอุดหนุนราคาพลังงานการลดชนิดน้ำมัน เบนซินลดการผูกขาดขายแอลพีจีเป็นต้น

หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ฉบับวันที่ 3ตุลาคม 2558 หน้า1,4 เรื่องพลังงาน http://www2.dede.go.th/news_energy/pdf58/031058-01.pdf